เคล็ดลับสุขภาพ - เครื่องดื่มสมุนไพร โพชง
0
฿0.00 0 รายการ

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

  • แจกโค้ดส่วนลดทุกวันใน Lazada
  • จัดส่งฟรี สำหรับผู้ที่สั่งซื้อสินค้าที่มียอดรวม 1,200 บาท

สมุนไพรไทย : บำรุงสุขภาพผู้สูงอายุได้จริงหรือ?

สมุนไพรไทยเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาช้านาน มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าสมุนไพรไทยสามารถบำรุงสุขภาพผู้สูงอายุได้จริงหรือ? บทความนี้จะพาคุณไปไขข้อข้องใจและทำความเข้าใจถึงสรรพคุณของสมุนไพรไทยที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

สรรพคุณของ สมุนไพรไทย ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

สมุนไพรไทยหลายชนิดมีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างหลากหลาย เช่น

สมุนไพรไทยที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

วิธีการใช้สมุนไพรไทย

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทยมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างมาก แต่การใช้สมุนไพรก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย นอกจากการใช้สมุนไพรแล้ว ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาว

ชาสมุนไพร : สรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

ชาสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานและเป็นที่นิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความหลากหลายของสมุนไพรให้เลือกใช้ชาสมุนไพร ไม่เพียงแต่มีรสชาติหอมอร่อย ยังอุดมไปด้วยสารอาหารและสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับชาสมุนไพร ชนิดต่างๆ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และสรรพคุณที่น่าสนใจของแต่ละชนิด

ทำไม ชาสมุนไพร จึงดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ?

ชาสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ชาใบหม่อน: ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจก
  2. ชาเก๊กฮวย: ช่วยลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการตาแดง ตาแห้ง ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  3. ชาตะไคร้: ช่วยขับเหงื่อ ลดไข้ แก้ปวดเมื่อย และยังช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  4. ชาขิง: ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย
  5. ชาใบชา: ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  6. ชาเขียว: ช่วยเพิ่มความตื่นตัว ลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์
  7. ชาดอกคำฝอย: ช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ และยังช่วยลดความร้อนในร่างกาย

วิธีการชงชาสมุนไพร

สิ่งที่ควรระวัง

ชาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ การดื่มชาสมุนไพรเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืนยาว แต่ควรเลือกดื่มชาสมุนไพรที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง และปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย

คำแนะนำเพิ่มเติม:

เครื่องดื่มสมุนไพร บำรุงสุขภาพ : ชนิดไหนดีต่อผู้สูงอายุ

สมุนไพรไทยเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาช้านาน มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับเครื่องดื่มสมุนไพรที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และสรรพคุณที่น่าสนใจของแต่ละชนิด

ทำไมเครื่องดื่มสมุนไพรจึงดีต่อผู้สูงอายุ?

เครื่องดื่มสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

  1. น้ำขิง: ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย
  2. น้ำกระเจี๊ยบ: ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ ลดไขมันในเลือด ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น และยังมีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  3. น้ำใบเตย: ช่วยลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการกระหายน้ำ ช่วยให้นอนหลับสบาย และยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ
  4. น้ำมะตูม: ช่วยลดไข้ แก้กระหายน้ำ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น และยังมีวิตามินซีสูง
  5. น้ำตะไคร้: ช่วยขับเหงื่อ ลดไข้ แก้ปวดเมื่อย และยังช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  6. น้ำใบบัวบก: ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดความเครียด และยังช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย
  7. น้ำเก๊กฮวย: ช่วยลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการตาแดง ตาแห้ง และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

วิธีการทำเครื่องดื่มสมุนไพร

สิ่งที่ควรระวัง

เครื่องดื่มสมุนไพรเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ การดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืนยาว แต่ควรเลือกดื่มสมุนไพรที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง และปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย

คำแนะนำเพิ่มเติม:

การดูแลสุขภาพช่องปาก: สิ่งที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรับประทานอาหารได้อย่างอร่อย มีรอยยิ้มที่สดใส และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช่องปากได้อีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ รวมถึงวิธีการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม

ทำไมสุขภาพช่องปากจึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ?

ปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

วิธีดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ

สิ่งที่ผู้ดูแลควรทำ

สุขภาพช่องปากที่ดีมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง สามารถรับประทานอาหารได้อย่างอร่อย และมีรอยยิ้มที่สดใส การพบทันตแพทย์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและรับคำแนะนำในการดูแลที่ถูกต้อง

 

ออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ: ปรับปรุงสุขภาพโดยไม่ต้องออกแรงมาก

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีความยืดหยุ่น และมีอารมณ์ที่ดีขึ้น แต่หลายคนอาจกังวลว่าการออกกำลังกายจะหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ บทความนี้จะมาแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยไม่ต้องออกแรงมากเกินไป

ทำไมผู้สูงอายุจึงควรออกกำลังกาย?

การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ

เคล็ดลับในการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

สิ่งที่ควรระวัง

การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ การเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมและทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัวทุกคน การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายเป็นประจำ จึงเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพของพวกเขา

อาหารบำรุงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ: กินอย่างไรให้แข็งแรง

ในยุคที่อายุขัยเฉลี่ยของคนเราเพิ่มสูงขึ้น การดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ การรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ยืดอายุ และลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงความสำคัญของโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ และแนะนำอาหารที่ควรบริโภคเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง

ทำไมโภชนาการจึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ?

อาหารที่ผู้สูงอายุควรบริโภค

อาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ

เคล็ดลับในการรับประทานอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

ตัวอย่างเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

 

การรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อทดแทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ

โรคหัวใจและหลอดเลือด: ภัยร้ายใกล้ตัวของผู้สูงอายุ

โรคหัวใจและหลอดเลือด ถือเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ทั่วโลก โรคนี้เกิดจากการที่หลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน ทำให้หัวใจขาดเลือด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจและอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุ สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และการรักษา เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักห่างไกลจากโรคนี้

โรคหัวใจและหลอดเลือดคืออะไร?

โรคหัวใจและหลอดเลือด หมายถึง โรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการที่หลอดเลือดแข็งตัว ตีบตัน หรือแตก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย หรือหัวใจหยุดเต้นได้

สาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด

อาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด

วิธีป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค อาจรวมถึง

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากเราใส่ใจในการดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ การรักษาที่ทันสมัยก็ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ได้มีเจตนาเพื่อทดแทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

โรคเบาหวาน : การป้องกันและการดูแลรักษา

โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสังคมปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ทั่วโลก โรคนี้เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตหรือใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ประเภทของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

เบาหวานประเภทที่ 1: เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันโจมตีและทำลายเซลล์ที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน ซึ่งต้องการการฉีดอินซูลินเป็นประจำเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เบาหวานประเภทที่ 2: เกิดจากร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประเภทที่พบมากที่สุดและมักเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย และน้ำหนักเกิน

เบาหวานขณะตั้งครรภ์: เกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ แม้ว่าโรคนี้มักจะหายไปหลังคลอด แต่หญิงที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ในอนาคต

สาเหตุของโรคเบาหวาน

ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน มีหลายอย่าง ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย และการมีน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุที่สำคัญ

อาการของโรคเบาหวาน

อาการของโรคเบาหวานสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ อาการเบื้องต้นและอาการแทรกซ้อน

  1. อาการเบื้องต้น: ปัสสาวะบ่อย คอแห้งและหิวน้ำบ่อย หิวบ่อยและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยง่าย และมองเห็นไม่ชัด
  2. อาการแทรกซ้อน: หากไม่รักษา เบาหวาน ให้ดีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเช่น โรคหัวใจ โรคไต ปัญหาดวงตา และการทำลายระบบประสาท

การป้องกันโรคเบาหวาน

แม้ว่าโรคเบาหวานจะมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น พันธุกรรม แต่ยังมีวิธีการป้องกันที่สามารถทำได้

  1. การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม: ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  2. การเลือกอาหารที่มีประโยชน์: รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ลดการบริโภคน้ำตาลและไขมัน
  3. การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยาน
  4. การตรวจสุขภาพประจำปี: ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและปรึกษาแพทย์เป็นประจำ

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน

การดูแลรักษาโรคเบาหวาน มีหลายวิธี รวมถึงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการใช้ยา

  1. การควบคุมอาหาร: การรับประทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำ ลดการบริโภคน้ำตาลและไขมัน
  2. การออกกำลังกาย: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้อินซูลินของร่างกาย
  3. การใช้ยาและอินซูลิน: ในกรณีที่จำเป็น ผู้ป่วยอาจต้องใช้ยาเม็ดหรือฉีดอินซูลินตามคำแนะนำของแพทย์
  4. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด: การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรับการรักษาให้เหมาะสม
  5. การดูแลภาวะแทรกซ้อน: ตรวจสอบและรักษาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น การตรวจสายตา ตรวจความดันโลหิต และการดูแลสุขภาพเท้า

การใช้เครื่องดื่มสมุนไพรในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน

นอกจากการดูแลรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว การใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เครื่องดื่มสมุนไพรหลายชนิดมีสรรพคุณที่ดีในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่

  1. ชาเขียว: ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อินซูลิน
  2. น้ำขิง: ขิงมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มการเผาผลาญ
  3. น้ำตะไคร้: ตะไคร้มีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  4. น้ำกระเจี๊ยบแดง: กระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยควบคุมความดันโลหิต
  5. น้ำมะระขี้นก: มะระขี้นกมีสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อินซูลิน

จึงขอแนะนำ “โพชง เครื่องดื่มสมุนไพรและพฤกษชาติ  32 ชนิด” สมุนไพรใกล้ตัวที่มีส่วนช่วยในการดูแลสุภาพ ปรับสมดุลร่างกายให้แข็งแรง สมุนไพรที่เราได้คิดค้นและพัฒนาสูตรมาเพื่อคนไทยทุกคน ตามปณิธานของ แม่ชีปรัษฐา โตกะคุณะ ที่เคยได้กล่าวไว้ว้า “เราอยากให้คุณสุขภาพดีเพราะเราอยากให้คุณอยู่ทำความดีไปนานๆ”

เสริมภูมิคุ้มกัน ห่างไกลโรคภัย ด้วย 5 สมุนไพร ใน” โพชง ”

จากการศึกษาพบว่า “สมุนไพรมีการใช้กันมาอย่างยาวนานทั้งในไทยและต่างประเทศ” และในวันนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

เนื่องจากในทุกวันนี้ ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค เชื้อไวรัส และฝุ่นละอองมากมาย ระบบภูมิคุ้มกันจึงถือเป็นสิ่งสำคัญกับร่างกายในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก” ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) เป็นหนึ่งในกลไกการทำงานของร่างกายซึ่งมีหน้าที่ดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย

ระบบภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1.ภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้เพื่อป้องกันเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ

2.ภูมิคุ้มกันแบบเจาะจง (Adaptive Immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเองหลังจากเกิดอาการเจ็บป่วย เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะกลับมาติดเชื้อโรคเดิม

3.ภูมิคุ้มกันแบบรับมาจากภายนอก (Passive Immunity) คือภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากภายนอกร่างกายเพื่อช่วยต่อสู่กับการติดเชื้อในระยะเวลาสั้น ๆ โดยในระบบภูมิคุ้มกันนี้ เราสามารถเลือกทานสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติสร้างภูมิกันได้ อย่างเช่น สมุนไพรที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน อย่าง 5สมุนไพร ดังต่อไปนี้

  1. เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน และได้มีการนำมาใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้อย่างกว้าง ด้วยสารสำคัญที่ช่วยในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน คือ กลุ่มสารโพลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides)ออกฤทธิ์รวมกัน ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด บี-เซลล์ (B-cells) และทีเซลล์(T-cells) ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างมากของ สารอิมมูโนโกลบูลิน( Immunoglobulin ) และสารอินเตอร์ลิวคิน   (Interleukins) ซึ่งเป็นตัวต่อต้านสารที่ทำให้แพ้ (Antiallergy) และกลุ่มสารไตรเทอร์พีนอยด์ชนิดขม( Bitter Triterpenoids ) มีอยู่ประมาณ 100 ชนิดที่แตกต่างกัน และสารที่มีส่วนรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้คือ กลุ่มสารกรดกาโนเดอริค และ กรดลูซิเดนิค (Lucidenic acid)  จะทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งไม่ให้ร่างกาย ผลิตสารฮีสตามีนออกมา

แอนทราควิโนน (Antraquinone) ที่ช่วยควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบและฆ่าเชื้อโรคต่างๆ

และทั้ง 5 สมุนไพรที่กล่าวมานี้ถือเป็น ส่วนหนึ่งในสมุนไพร “โพชง” ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย หวังว่าสมุนไพรที่เรานำมาบอกเล่าเรื่องราวจะมีประโยชน์กับผู้ที่อ่านไม่มากก็น้อย เพราะโพชงอยากให้คุณสุขภาพดี อยู่ทำความดีไปนาน ๆ นี่คือปณิธานของโพชงที่เราอยากส่งต่อสุขภาพที่ดีให้กับคุณ

“ระบบภูมิคุ้มกัน(Immune System)” ถือว่าเป็นระบบที่ช่วยปกป้องร่างกายไม่ให้เกิดอาการป่วย และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างนึงคือ การทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยอาหารที่มีส่วนในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีคือ อาหารที่มีสารกลุ่มวิตามิน รวมถึงสารจากพฤกษชาติ ที่มีสารประเภทวิตามินซี วิตามินเอ สารต้านอนุมูลอิสระและรวมไปถึงสารอื่นๆที่จำเป็นอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่ม Probiotics and prebiotics ซึ่งเป็นจุลินทรีย์และยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับพฤกษชาติ และสมุนไพรที่มีสารอาหารดังกล่าว ที่สามารถช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้

1.มะขามป้อม

“มะขามป้อม” เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ และยังเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างหลากหลาย ด้วยความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูง จึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพ ในตำราโบราณมะขามป้อมถูกใช้ในการแก้เสมหะ แก้ไอ แก้เจ็บคอฯลฯ

สมัยก่อนชาวฮินดูเรียกมะขามป้อมว่า AMALA = อัมฤต = ผู้ไม่ตาย ยังกล่าวอีกว่าหากทานมะขามป้อมวันละ 1 ผล จะเป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันอาการเจ็บป่วย และยังมีวิตามินซีสูงถึง 276 mg ในมะขามป้อม 100 g นอกจากนี้ยังพบสารที่ช่วยเรื่องสุขภาพได้ดังนี้ สารกลุ่มTannin, Terpenes , flavonoids เป็นต้น

2.ขิง

“ขิง” เปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติและเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการเจ็บคอและภาวะอักเสบต่างๆ แล้วยังถูกนำมาใช้ในการขับลม แก้อาเจียน ช่วยในการนอนหลับสนิท  ขิงเองก็มีประโยชน์ที่หลากหลายและมีการใช้มายาวนาน จึงถูกนำมาเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด มีคำพูดหนึ่งของขงจือปราชญ์จีนสมัยชุนชิว (ค.ศ.479-ค.ศ.500)ได้กล่าวว่า “ ในอาหารทุกมื้อไม่ควรระเลยขิง”   จากรายงานการวิจัยพบว่าสารที่สกัดจากขิงมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบได้ดีในการทดลอง

3. รากชิโครี่

“รากชิโครี่” เป็นแหล่งเส้นใยอาหารที่มาจากธรรมชาติ มักเป็นที่รู้จักในชื่อของ Inulin และยังพบฟรุคโตโอลิโกฟรุคโตส(Fructooligosaccharide (FOS))  ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารและไม่ให้พลังงาน  แต่ถูกย่อยได้ด้วยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ มีสมบัติเป็นพรีไบโอติก (PREBIOTICS) คือเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่จึงช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดี ซึ่งจุลินทรีย์จะสร้างสารที่มีประโยชน์ เช่น กรดไขมันสายสั้น ซึ่งช่วยปรับสภาพลำไส้ใหญ่ให้ดูดซึมแคลเซียมกับสู่ร่างกายได้ยาวนานขึ้นจะมีสารที่ร่างกายต้องการเมื่ออายุมากขึ้นสารอาหารจึงสำคัญ ) ซึ่งมีประโยชน์มากต่อสุขภาพ

4.บิลเบอร์รี่ 

“บิลเบอร์รี่”  ผลไม้ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพอีกหนึ่งชนิดที่มีสาระสำคัญต่อร่างกายหลายชนิด เช่น สารกลุ่ม Anthocyanosides มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ แล้วยังป้องกันสารพิษที่จะเข้าสู่ร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ชรา  สาร Tannin มีฤทธิ์ในการสมานแผล (Astingent) และให้ผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น พวกแบคทีเรียบางชนิด  สาร Flavonoid  เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญต่อมนุษย์ และสาร Glucoquinine  เป็นสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของอินซูลิน ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และยังมีสารอื่นๆอีกหลากหลายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่สำคัญบิลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากต่อดวงตา

นอกจากพฤกษชาติ และสมุนไพรที่พูดมาทั้งหมด ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ PROBIOTICS  ซึ่งจัดเป็นเชื้อจุลินทรีย์และยีสต์ในกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อมีอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน เพราะมีส่วนช่วยในการป้องกันร่างกายได้ แต่ถ้าจะให้ดีในอาหารหรือโภชนาการที่ทานเมื่อมี PROBIOTICS แล้วก็ต้องมี PREBIOTICS ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์

A picture containing diagram

Description automatically generated

และทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ “โพชง” เราได้คัดสรรสมุนไพรและพฤกษชาติมาไว้ให้คุณ เพื่อตอบโจทย์ของคนรักสุขภาพให้ครบจบในขวดเดียว หวังว่าสิ่งที่เรานำมาบอกเล่าเรื่องราวในวันนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย เพราะโพชงอยากให้คุณสุขภาพดี อยู่ทำความดีไปนาน ๆ นี่คือปณิธานของโพชงที่เราอยากส่งต่อสุขภาพที่ดีให้กับคุณ

A picture containing text, bottle

Description automatically generated
ช่องทางรับข่าวสารและสิทธิ์พิเศษ
สินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด
โปรโมชั่น
ช่วยเหลือ
คำถามบ่อย
การเปลี่ยน หรือคืนสินค้า
ติดต่อเรา
สอบถาม หรือสั่งซื้อผ่านไลน์
ที่อยู่จัดจำหน่าย
470 ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามแสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์
099 219 3955
090 096 2626
จันทร์ - ศุกร์ 9.00 น. - 18.00 น.
©Pochong 2023. All rights reserved.